veeris's profileChamp In Lucks {Music 99...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 20

    แค่นี้. . .ก็เพียงพอแล้ว

    วันนี้ที่ฉันได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของเธอกับเขา ความสัมพันธ์ที่นับวันจะเหนียวแน่น และมีทีท่าจะจะจบลงด้วยดี ฉันบอกเธอได้เพียงแต่ว่า...ยินดีด้วยนะ ฉันดีใจนะที่ได้เห็นเธอมีความสุข... มันเป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกจากใจ หากแต่ในใจที่ลึกกว่านั้น..ฉันยังคงเจ็บปวดและรวดร้าว แต่ว่า...ความรู้สึกนั้นมันเล็กน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความรู้สึก "ยินดี" ที่เห็นเธอมีความสุข มันจะแปลกไหม... ถ้าฉันจะบอกเธอว่า...ฉันเป็นสุขแล้ว ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คนที่อยู่เคียงข้างเธอ ถึงแม้ฉันจะไม่ใช้คนที่เธอโอบกอด ถึงแม้ฉันจะไม่ใช้คนที่เธอจะกล่าวถ้อยคำหวานหู ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่ "คนของเธอ" ฉันก็มีความสุข... สุขเท่าที่ควรจะสุข...เพราะฉันอยู่อย่างไม่คาดหวัง ตลอดเวลาที่ฉันต้องเจ็บปวด และมีน้ำตาอย่างมากมาย นั้นเพราะ "ฉันคาดหวังจากเธอ" มากเกิน "ฉันรักเธอนะ" แต่วันนี้ฉันอยู่ในฐานะที่บอกเธอไม่ได้ ไม่เป็นไร...แต่ฉันได้บอกเธอไปแล้ว หัวใจของฉันมันได้บอกเธอไปแล้วว่า "ฉันรักเธอ" "ไม่เคยหวังสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่เคยใคร่อยากแก่งแย่งเป็นเจ้าของ ไม่เคยคิดมากมายไม่หวังปอง ขอแค่มองอยู่ห่างๆ บนทางใจ"
    July 15

    อ่านใว้ ใช้เหงา

    ทำอย่างไรดี  ฉันอยากหนีความเหงา
    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตขี้เหงาค่ะ (Human being is the lonely being) เพียงแค่เห็นฝนทำท่าตั้งเค้า อารมณ์เหงาก็เริ่มฟุ้งประหนึ่งมีใครมากดสวิตช์ซะแล้ว และมักจะเหงาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเสียด้วย ฝนตกก็เหงา แดดออกก็เหงา คนเยอะก็เหงา คนน้อยก็เหงา เอาใจยากเชียวแม่คนนี้ ถ้าคุณเกิดอารมณ์เหงาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไปไหน เอาหละค่ะ ถ้ามันดื้อนักก็ปล่อยมันไปเถอะ ส่วนเรามาหาสารพัดวิธีคลายเหงากันดีกว่า

     เหงาในออฟฟิศ
              สถานการณ์: มนุษย์เงินเดือนเหงาเป็นกันทุกคนค่ะ แต่บรรยากาศในออฟฟิศไม่น่าจะสร้างความเหงาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อาจเกิดจากผลทางด้านจิตใจล้วนๆ ความเหงาประเภทนี้ยังรวมถึงการที่คุณโดนเจ้านายเม้งใส่ ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานหรือกระทั่งเบื่องานจนเซ็งโลก จนทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวใน (ออฟฟิศ) โลก และพานทำให้เกิดน้ำตาปริ่มเอาได้ง่ายๆ

              สิ่งที่ควรทำ: เชิดหน้าสู้กันไปเลยค่ะ ถ้าคุณกำลังเหงาหนัก เราอยากให้คุณออกไปเดินสูดอากาศสดชื่นนอกออฟฟิศสักพัก การพบเจอผู้คนแปลกหน้าตามท้องถนนจะช่วยคลายความเหงาลงได้บ้าง เมื่อกลับเข้าออฟฟิศเราขอให้คุณทำตัวเป็นสาวเวิร์กกิ้งวูแมนที่กำลังยุ่งสุดๆ ท่องเอาไว้ค่ะว่า งานเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเบื่องานที่ว่าแทบตายก็เถอะ

     อยู่คนเดียวก็เหงา
              สถานการณ์: เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องเคยเจอกับอารมณ์เหงาสุดขั้ว ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม ว้าเหว่ เงียบ แต่ไม่สงบ ฟุ้งซ่านทั้งๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเหงาปุ๊บ คุณไม่รู้จะทำอะไรเลยฝากความหวังเอาไว้กับดีแจเสียงใสในวิทยุ แต่ดีเจเจ้ากรรมก็ดันเปิดเพลงสุดซึ้ง จนทำให้คุณร้องไห้สั่นระริก ขอทีค่ะ อย่าปล่อยให้ความเหงาทำคุณให้ฟุ้งซ่าน เดี๋ยวสุขภาพจะเฉาก่อนวัยอันควร

              สิ่งที่ควรทำ: ไม่มีอะไรที่ควรทำมากไปกว่า การหากิจกรรมที่คุณเลิฟสุดๆ ทำ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม ดูหนัง เล่นเกม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณชอบแบบขาดใจ แต่บอกเอาไว้ก่อนนะค่ะว่า  พอเสร็จสิ้นจากกิจกรรมที่ทำไปทั้งหมดแล้ว คุณก็จะกลับมาเหงาเหมือนเดิมอีกครั้ง ถ้าคุณไม่หาเพื่อนมานั่งคุยเอาไว้สักคน เชื่อได้เลยค่ะว่า คุณจะฟุ้งซ่านและว้าวุ้นไม่ยอมหยุด และอาการอื่นๆ จะตามมาอีกเพียบ (คุณจะจินตนาการไปถึงว่าทำไมคุณถึงได้โชคร้าย ไม่มีใครสนใจเลยสักคน) ทางที่ดีคุณควรสงบอาการเหงาด้วยการนอนหลับไปเสียดีกว่าเพราะการนอนหลับเป็นการผ่อนคลายชั้นดี  พอตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วยค่ะ

     “รัก”ทำให้เหงา
              สถานการณ์ : โชคร้ายถ้าใครเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะความเหงาจากการไม่มีคนรักจะทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่น เหี่ยวเฉา และหมดอาลัยตายอยากไปโดยปริยาย เหงาแบบนี้มักจะเจอกับคนที่เพิ่งโดนทิ้งใหม่ๆ (ดูจะใกล้เคียงกับความเศร้า) หรืออาจหมายถึงคู่รักที่ห่างไกลกัน จนทำให้ความสัมพันธ์นั้นเกิดช่องว่างที่เรียกว่าความเหงาขึ้นมา

              สิ่งที่ควรทำ: คุณอาจจะเหงาแบบเรื้อรัง เพราะคนเหงาประเภทนี้จะรู้สึกย่ำแย่ เมื่อไม่มีคนรักอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเหงาจับจิต ยาตัวเดียวที่สามารถทำให้หายขาดคือการได้เห็นหน้าคนรักตัวเป็นๆ แต่ถ้าโอกาสนั้นยังมาไม่ถึง คุณลองเขียนจดหมาย หรือเขียนไดอารี่ถึงคนรักของคุณดูมันจะช่วยคลายความเหงาลึกซึ้งแบบนี้ได้ (บางทีการได้เขียนถึงกันและกัน จะทำให้เรารู้สึกได้ว่ากำลังสื่อสารถึงคนรักอยู่ตลอด)

     วุ่นวายจนทำให้ “เหงา”
              สถานการณ์: คุณได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีเพื่อนฝูงเยอะจนนับแทบไม่ไหว  แต่แล้วอยู่ๆ คุณ (ดัน) ก็เกิดอาการเหงาขึ้นอย่างจับใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ อย่าแปลกใจไปค่ะ ทำความเข้าใจเอาไว้เสีย  ว่านี้แหละธรรมชาติของมนุษย์ และดูเหมือนว่ามนุษย์อย่างคุณกำลังต้องการเวลาพักซะแล้ว

              สิ่งที่ควรทำ: คุณอาจเป็นคนที่โชคดีสุดๆ ที่มีเพื่อนๆ คอยล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ตลอดเวลา  ซึ่ง (ดูเหมือน) คุณมีความสุข แต่ลึกๆ แล้วคุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้น คนยิ่งเยอะยิ่งทำให้เหงาจนไม่อยากคุยกับใครไม่ว่าจะปาร์ตี้ไหนๆ ก็ไม่ทำให้คุณหรรษาขึ้นมาได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่คุณควรหาเวลาอยู่กับตัวเองเสียให้เต็มที่ ลองไปชาร์จไฟใส่ตัวด้วยการไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบสาวมั่นลุยเดี่ยวดูนะคะ (ขอย้ำค่ะ ว่าไปคนเดียว) จะขึ้นเหนือ ลงใต้ก็ได้ทั้งนั้น และคิดถึงเรื่องผจญภัยกับบรรยากาศงามๆ เข้าไว้ การได้อยู่คนเดียวกับภาพเหล่านี้อาจเป็นหนทางแก้เหงาที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ได้


    July 12

    คุณเคยไหม...

    เวลาที่คุณไม่มีใครความรู้สึกเหงาจะเข้ามาแทนที่...

    แต่พอมีใครสักคนเข้ามาดูแลใส่ใจเรา...เราจะรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...

     

    เคยไหม...เวลาที่เราเหงาใจ...เศร้าใจ...

    รู้สึกไม่สบายใจ...คนที่เรารักเขาไม่เคยใส่ใจ

    แต่กับอีกคนหนึ่งที่เราไม่เคยแคร์...เขากลับคอยดูแลใส่ใจเราอย่างดี

     

    จนมาวันหนึ่งที่เราตัดสินใจ...อยากจะลาจากคนที่เรารัก...ตัดสินใจออกห่างจากเขา

    แต่เขากลับทำดีกับเราอย่างน่าใจหาย...เหมือนกับรู้ว่าเรากำลังจะจากไป

    พูดดีๆ..เอาใจใส่เรา...ทำไมอ่ะ

    แต่เชื่อไหมว่าฉันกลับอภัยให้เขา...ยกโทษให้ทุกอย่างแล้วเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

     

    ฉันต้องทิ้งคนที่เขาดีกับฉัน แต่..ฉันไม่ได้รักไป

    จนมาวันนี้...คนที่ฉันรักก็กลับมาทำตัวเหมือนเดิม...แล้วเขาคนเดิมก็เข้ามา

    คอยปลอบ...ให้กำลังใจทุกอย่าง..

     

    แล้วคนที่ฉันรักก็ทำเหมือนเดิม...ดูแล..หวง..ห่วง..

    ย้ำเสมอว่ารัก...เพื่ออะไร เขาบอกฉันว่าไม่อยากเสียฉันไป...

    อยากให้เรารักกันนานๆ...อยากให้เราเป็นเหมือนเดิม...เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง..

     

    แล้ว...ฉันควรเชื่อเขาไหม...ฉันควรทำยังไง..ใครช่วยบอกฉันที...

     

     

     

    July 11

    เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมาย...

    เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
    ...แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
    เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว...

    มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว
    พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง
    เมื่อมนุษย์ 2 คนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า
    1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1
    แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป

    ที่เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
    ทำให้เราอยู่ด้วยกันบนโลกใบนี้
    อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
    ใช้แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี
    นั่นก็คือ “หัวใจ”
    ที่ๆ เมื่อมีใครสักคนอยู่ในนั้น
    หัวใจจะเต้นด้วยจังหวะของความสุข

    เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
    ...แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
    เพียงแค่มี “รัก” ชีวิตก็มีความหมายแล้ว...


    June 16

    “ ค ว า ม รั ก” ข อ ง คุ ณ คื อ อ ะ ไ ร ?

    “ความรัก” คือ โชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้
    “ความรัก” เป็นได้ทั้งมือ เเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ
    “ความรัก” คือ สิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
    “ความรัก” คือ ความหวัง กำลังใจ เเละศรัทธาในกันเเละกัน

    “ความรัก” มีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า . .
    ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
    เเต่เรากลับมีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก

    “ความรัก” คือ ศิลปะ ที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า
    “ความรัก” คือ โอกาส ที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง
    “ความรัก” คือ สิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่ ทำให้คนโง่กลาย เป็นคนฉลาด

    “ความรัก” เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก
    “ความรัก” มิได้เป็นการก้าวนำ หรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆ กัน
    “ความรัก” ทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชีวิต

    “ความรัก” ทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต . .
    เพราะทุกคืนที่ ไร้“ ความรัก” ก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

    “ความรัก” คือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ
    “ความรัก” ที่มีมาเป็นปีๆ ก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที
    “ความรัก” จะยาวนาน หรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนที่รักกัน
    “ความรัก” กว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยาก แต่กลับเลิกรักได้อย่างง่ายดาย

    “ความรัก” สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่าที่กำลังคุโชน
    “ความรัก” ต่อให้บอกกันทุกวันว่าก็ไม่มีวันเบื่อ . .
    เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป

    “ความรัก” ถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้
    “ความรัก” สามารถให้อภัยกันได้เสมอ โดยไม่มีเงื่อยไขว่ากี่ครั้ง
    “ความรัก” รักได้เเต่อย่าหลง เพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด
    “ความรัก” อยู่เหนือคำทำนาย เเละจะไม่มีวันเป็นไปตามคำพยากรณ์ ได้

    “ความรัก” คือสิ่งแปลกใหม่ที่จะทำให้มุมมองของคุณเปลี่ยนไปจาก เดิม
    “ความรัก” ทำให้คุณอยู่นิ่งๆ เงียบๆ ได้นานกว่าเดิม
    “ความรัก” คือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟในหัวใจ
    “ความรัก” คือการเริ่มคิดเป้าหมายเเห่งชีวิต

    “ความรัก” คือการร่วมฝัน ร่วมปันใจเเละก้าวไปในชีวิต
    “ความรัก” คือการอยู่เคียงข้างกันเสมอ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตกต่ำเพียงใด
    “ความรัก” ไม่ว่าจะเป็นเเบบไหนยังไง มันก็ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
    “ความรัก” เป็นนามธรรมที่มองไม่เห็น เเต่สัมผัสไได้ด้วยหัวใจ

    “ความรัก” ทำให้วันเลวร้ายไม่เป็นวันเลวร้ายที่สุด
    “ความรัก” ทำให้วันที่เเสนเศร้า กลายเป็นวันที่สุขที่สุดได้
    “ความรัก” เป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่สามารถจะหาได้ง่ายตามท้องถนน
    “ความรัก” ที่รีบร้อน มักจะพบกับจุดสิ้นสุดได้รวดเร็วเสมอ
    “ความรัก” คือสิ่งที่เเม้จะทำความเจ็บปวดให้ เเต่ก็ไม่มีใครที่กลัวหรือ เกลียดชัง

    “ความรัก” ไม่ได้จบลงเเค่การเเต่งงาน หรือมี SEX เท่านั้น
    “ความรัก” คือสิ่งที่คุณจะพบได้เองโดยมิต้องเเสวงหา
    “ความรัก” คือสิ่งที่ยืนยาวกว่าชีวิตคนคนหนึ่ง
    “ความรัก” ในยามเเรกรักคือช่วงเวลาของรักที่หวานหอมมากที่สุด
    “ความรัก” ครั้งเเรกเเละครั้งสุดท้ายมักจะเป็นรักในตนเอง

    “ความรัก” ทำให้คนกลายเป็นกวี
    “ความรัก” ไม่ใช่การมองตากัน เเต่เป็นการมองไปในทิศทางเดียวกัน
    “ความรัก” ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่มีคำว่าสายไป
    “ความรัก” คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ

    “ความรัก” ทำให้ทุกอย่างสว่าง เเละสดใส
    “ความรัก” คือการพึงพอใจในสิ่งที่รัก
    “ความรัก” จะมีคุณค่าได้ต่อเมื่อคนที่รักต้องให้เกียรติซึ่งกันเเละกัน
    “ความรัก” บางทีก็เป็นสะพานทอดไปสู่การเเต่งงานสำหรับหลายๆ คู่ (คุณว่าจริงไหม?)
    June 09

    “เพื่อน” ของคุณเป็นแบบนี้ไหม?

    เพื่อน . . .คือคนแปลกหน้าคนแรก ที่ทำให้เรารู้จักความรัก
    . . . นอกเหนือจากคนในครอบครัวที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิด

    เพื่อน . . . โผล่หัวมาตอนโต
    เป็นใครไม่รู้ จู่ๆวันหนึ่งเราก็รักมัน

    ความรักเพื่อน เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
    . . . แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้นะ


    เพื่อนจะรักกันแบบพอดี . . .
    ไม่หวง ไม่หึง ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
    เรารักกันสบายๆ มีปัญหาอะไรปรึกษากัน มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน

    แต่ในขณะเดียวกัน. . .
    ต่างคน ต่างก็มีโลกของตัวเอง เธอมีแฟนฉันไม่ว่า
    เธอสนุก . . .ของเธอไป เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
    ไม่ต้องมาเจอกัน ก็ยังห่วงกัน คิดถึงกัน
    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว
    เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเราจะห่างกันยังไง เราจะคิดถึงกัน
    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน . . .
    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่ ก็ยังเป็นเพื่อนกันไ

    ความรักของเพื่อนมันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
    คนบางคนบอกว่า คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง
    แต่คุยกับแฟน . . . กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง
    นี่แหละที่มันเป็นความรักที่ประหลาด แต่งดงาม
    มันมีความเข้าใจ . . . ไว้ใจ . . . เชื่อใจ . . . ในจุดสมดุล

    ฤดูกาลผันผ่าน อาจเปลี่ยนวันวานไปได้
    แต่ตราบใดภาษายังไม่เปลี่ยนไป
    คำว่า " เพื่อน" เขียนอย่างไร
    ความหมายย่อมเหมือนเดิม

    เพื่อน ๆ ว่าจริงไหมค่ะ!!

    เรื่องลับๆ เกี่ยวกับความรัก

    มีความลับเกี่ยวกับความรักอีกมากมายหลายอย่าง
    ที่เรายังต้องค้นหากันต่อไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินเข้าใจ
    ยิ่งค้นหาก็จะทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของมันมากขึ้น

    ความรักเริ่มจากความคิด
    เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก
    บางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็น
    ต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

    ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
    คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก
    และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง

    ความรักคือการให้
    ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือรู้จักให้ด้วย
    ยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข
    และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอ
    ก็คืออย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง
    แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

    ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
    อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อน
    การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา . . .
    แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่า
    หากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น
    มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง

    การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
    เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณ
    การสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง
    ช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย
    น่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ . . .
    และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล


    อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
    ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง
    คุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ
    จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน
    ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง
    บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมด
    และอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที

    ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน
    คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า “ฉันรักเธอ”
    อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไป คุณควรจะบอกรักก่อนจะจากกันทุกครั้งเสมอ
    เพราะบางทีคุณอาจจะได้เจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ใครจะไปรู้

    แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
    ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนนึงก็จะเป็นคนระแวง กังวลและหวาดหวั่น
    ส่วนอีกคนก็จะรู้สึกอึดอัดใจ
    คุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาอย่างแท้จริง

    ทำไมต้องมียางลบบนหัวดินสอ?

    บางครั้งเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไป
    เพียงเพราะใช้เวลาสั้นๆ ในการตัดสินสิ่งนั้นว่า "ไร้สาระ"

    หลายวันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามฉันว่า "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ ?"
    ฉันไม่ได้สนใจและใส่ใจกับคำถามนั้นสักเท่าไหร่
    เพียงแค่รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่มีสาระอะไรเสียเลย

    แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตอบเล่นๆ ไปว่า
    "ก็คงมีเพื่อความสะดวกมั้ง
    หรือไม่ก็ช่วยให้คนขี้ลืมที่ชอบวางยางลบไม่เป็นที่เป็นทาง
    ได้มียางลบ ใช้มั้ง"

    เพื่อนฉันก็อมยิ้ม ก่อนที่จะตอบสั้นๆ ว่า "ไม่ใช่"
    "อ้าว. . .งั้นเพราะอะไรล่ะ" ฉันก็อดที่จะถามไม่ได้
    ก็เพราะว่า " คนเราสามารถทำผิดกันได้"
    ". . . . . . . . . . . . . . . . . . " ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง

    หลังจากที่ได้ยินคำตอบ
    และปล่อยให้เจ้าของคำถามเดินจากไป
    โดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่าคำตอบสั้นๆ ของเขาเท่านั้น
    คำถามของเพื่อนที่เคยมองว่ามันไร้สาระ
    กลับทำให้ได้ฉันเก็บมาคิดแทบทุกขณะที่สมองว่าง

    เย็นวันนั้น ฉันจึงหยิบโทรศัพท์เขียนข้อความส่งถึงเพื่อนๆ ด้วยประโยคที่ซ้ำกัน. . .
    "ทำไมต้องมียางลบอยู่บนหัวดินสอ . . .
    เพราะคนเรามีสิทธิ์ทำผิดกันได้
    แต่จงจำไว้ว่า. . .เราไม่ควรใช้ยางลบให้หมดก่อนดินสอ
    เพราะนั่นอาจหมายความว่า เรากำลังทำผิดซ้ำๆ
    จนความผิดนั้นอาจสายเกินแก้"

    ตัวเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่คิดต่อจากเพื่อนนั้นมันจะถูกต้องหรือไม่
    และเพื่อนที่ได้รับข้อความจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการจะบอกหรือเปล่า
    จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ. ..นั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการมากสักเท่าไหร่
    แต่สิ่งที่อยากได้รับคือ เพื่อนจะคิดต่อจากความคิดของฉันอย่างไร
    และลึกๆ ฉันก็แค่หวังว่า . . .
    เพื่อนของฉันคงจะกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาด
    และไม่ประมาทในการใช้ชีวิตและยอมรับการกระทำของตัวเอง . . .
    เพียงแค่นั้นฉันก็หมดห่วง

    โรคงอน

    "โรคงอน" เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
    ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
    ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา
    ผู้ป่วยมีอาการ “หน้างอ”

    และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ
    แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง
    ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
    ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม

    ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย
    โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
    ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
    ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
    ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
    ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
    จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้

    สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก
    ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
    เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
    ต้องการความเอาใจใส่

    หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว
    ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
    ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ
    หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ

    หมายเหตุ
    พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก
    สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก
    จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ
    จะปล่อยไปตามยถากรรม
    ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
    จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง.....

    สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

    สิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในคุณค่า...

    กรวดเม็ดเล็กๆ รวมกันเป็นภูเขาสูงใหญ่

    ก้าวเดินก้าวเล็กๆ เป็นระยะทางได้หลายกิโล

    การกระทำเล็กๆ ด้วยความรักความกรุณา
    สร้างโลกให้สดใส สดสวยด้วยรอยยิ้ม


    คำพูดเล็กๆ สามารถบรรเทาปัญหาที่แสนจะยากเย็น

    อ้อมกอดเล็กๆ เช็ดน้ำตาให้เหือดแห้ง

    เทียนไขเล็กๆ ส่องแสงนำทางในความมืดมิด

    ความจดจำสิ่งเล็กๆ คงอยู่นานหลายปี

    ความฝันใฝ่เล็กๆ นำไปสู่ความยิ่งใหญ่

    ชัยชนะเล็กๆ นำไปสู่ความสำเร็จที่ปรารถนา

    สิ่งเล็กๆ ต่างๆ ในชีวิต
    นำมาซึ่งความสุขอันยิ่งใหญ่

    ถ้าเราได้คิดสักนิด ถึงสิ่งเล็กๆ เหล่านี้แล้วหละก็
    ความอบอุ่นเมื่อคิดถึงเธอก็ผุดขึ้นในใจ
    มันเป็นความสุขใจอันสุดแสนจะบรรยาย
    .. เสมอและตลอดไป

    “ความรัก” ไม่มีถูก-ผิด?

    คุณไม่ผิดที่ไปรักเขาคนนั้น
    และเขาเองก็คงไม่ผิดที่ไม่ได้รักคุณ
    ในทางตรงข้าม คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเขาคนนั้น
    และเขาก็ไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน

    การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนัก
    แต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า
    คุณอาจทำได้เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ
    แต่มันคงไม่ง่าย ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืมในขณะที่คุณอยู่คนเดียว

    เขาว่าการชนะใจตัวเองนั้นอาจดีและมีค่าที่สุด
    แต่ในเรื่องความรัก การชนะใจคนที่เรารักนั้นอาจย่อมมีค่ากว่า
    แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น . . .
    ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเองที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหาคุณ
    และมันอาจมีค่าที่สุด ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเองเพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น

    ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน
    แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีคนสองคนเท่านั้น
    อย่าโกรธเขาที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ
    ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้
    ด้วยเหุผลว่าสังคมเราต่างกัน
    ด้วยเหตุผลว่าเขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ

    วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล
    แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด

    คนดีอาจรักกับคนเลว
    จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนผิด
    จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนที่ไม่เอาไหน
    และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี

    จงเชื่อในสายตาของตัวเอง
    จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น
    แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี
    แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน

    เหตุผลทั้งหมดเพราะความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน
    ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน
    ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน
    และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน
    และก็คงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน

    อย่าไปคิดว่าทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา
    อย่าไปคิดว่าคู่เราแปลกหรือเปล่า
    อย่าไปสนใจว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรไหม
    ถ้าจะเปลี่ยน ขอให้เพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรักนะจ๊ะ

    เพื่อนสนิท...ที่หายไป

    คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม
    คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์
    ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด...ถึงไหนถึงกัน

    ...เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย
    คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ต่างๆ
    ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ
    โครงการร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน

    ...คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ
    คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่
    มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง

    ...คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา
    แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ...

    ...วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน
    ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม
    มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า

    ...หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง
    คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน
    … นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย่างเดิม
    หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว

    ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น
    ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน
    อย่าอ้างว่าคุณมีมารยาท
    คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน
    อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง

    ...อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา...หรือความรู้สึก...
    สังคม...หรือความสัมพันธ์...อะไรที่เปลี่ยนแปลง
    คุณ…หรือเขา...หรือใคร...คุณถามตัวเองหรือเปล่า

    หรือรอให้ใครถาม
    รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม
    เขารู้สึกอย่างไร...ที่คุณเปลี่ยนไป

    หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ
    ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่
    ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า
    ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้
    มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ
    แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน”
    ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป

    ...แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย
    รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง
    และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน

    ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้
    เพื่อนคนนั้นของคุณ...อาจจะถามตัวเองอยู่ก็ได้
    ว่ามันทำผิดอะไร...มันจึงเลือนหายไปจากชีวิตคุณ

    เพื่อนที่คุณคบเป็นแบบไหนเอ่ย?

    1. เพื่อนแท้ (Real Friends) : หรือจะเรียกว่า ออริจินอล เฟรนด์ เพื่อนประเภทนี้จะอยู่กับคุณไปจนวันตาย เพื่อนแบบนี้หายากค่ะ ยากมากๆ เพื่อนแบบนี้มีน้อยมากในโลก(หรืออาจจะไม่มีเลย) สำหรับไอ้ใครที่จู่ๆ มีเพื่อนมาบอกว่า"ผมเป็นเพื่อนแท้ของคุณนะ" ขอให้สันนิษฐานค่ะ (โดย เฉพาะเพศเดียวกัน) เขากำลังมองประตูหลังคุณอยู่แน่นอน

    2. เพื่อนซี้ (Cee Friends) : เพื่อนแบบนี้ ส่วนมาก จะเป็นเพศเดียวกัน เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม จอร์จ ที่สุด มีอะไรเราคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบ ไม่เบียดเบียน ซึ่งกันและกัน ปรับทุกข์กันได้ แถมบางทีโกรธกันจนขนาดต้อง ชกกันก็มี แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันได้ ไม่หยิ่ง ไม่เรื่องมาก ไม่ขี้งอน ถือว่าเยี่ยม ครบทุกรสชาติ สุขทุกข์ ดีชั่ว ต้องแบบนี้ต้อง เพื่อนซี้ค่ะ

    3. เพื่อนสนิท (Endorphin) : เพื่อนประเภทนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับเพศตรงข้ามมากกว่า และที่สำคัญไปกว่านั้น คนที่บอกว่าเป็น "เพื่อนสนิท" มักที่จะใช้พูดแก้ตัวกับคนอื่น ทั้งๆ ที่ความจริงนะมันคือแฟนกันแล้ว แต่ก็ไปบอกชาวบ้านว่า เป็นแค่เพื่อนสนิท หรืออีกนัยหนึ่ง เพื่อนสนิทก็ยังเป็นคำพูดที่ใช้กันมานาน และยังคงอินเทรน ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพราะมันเป็นคำพูดปฏิเสธรักแบบอ้อมๆ ฉะนั้น ใครที่โดนแบบนี้ ใส่เกียร์ถอยหลังตอนนี้ ยังไม่สายค่ะ

    4. เพื่อนร่วมงาน (Cooperative Friends) : เพื่อนร่วมงาน เป็นเพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน เพื่อนประเภทนี้อาจจะไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ แต่มีอะไรคุยกันได้ค่ะ เจอกันคุยกันเรื่องงานอย่างเดียว อาจจะมีการถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้าง นิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอ แต่ส่วนมากก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยรวมแล้วถือได้ว่าดีใช้ได้ทีเดียวค่ะ

    5. เพื่อนผิวเผิน (Surface Friends) : เพื่อนประเภทนี้ เชื่อว่าทุกคนมีเยอะมากๆ เพื่อนประเภทนี้มักจะเจอตอนช่วงโมงเร่งด่วน เช่นรีบไปเรียน รีบไปทำงาน รีบไปขึ้นรถ หรือว่า เค้าแกล้งรีบ(เพราะไม่อยากเจอคุณ) อะไรประมาณนี้ เจอกันมักจะเจออยู่ 2 คำถาม ครับว่า "ไปไหน?" ถ้าอยู่มหาลัยก็จะถามว่า "เรียนอารายย?" ประมาณนี้ค่ะ

    6. เพื่อนรับประทาน (Eating Friends) : เพื่อนแบบนี้ ก็เป็นเพื่อนที่เวลาคุณไปไหน เค้าจะไปด้วยกับคุณเสมอไม่ว่า คุณจะชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยว ชวนไปดูหนัง เขามักจะไม่ค่อยปฏิเสธคำเชิญของคุณค่ะ แต่เขามักจะมี คำพูดพ่วงท้ายหลังคำถามของคุณมาว่า "เลี้ยงป่าว"เสมอค่ะ

    7. เพื่อนกล้วย (Banana Friends) : เพื่อนประเภทนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้นสุดค่ะ นอกจากจะเป็นเพื่อนรับประทานแล้ว ยังเป็นเพื่อนที่จะคอยข่มขู่คุณให้รู้สึกหวาดกลัว ในบางสิ่งบางอย่าง จนคุณอาจจะต้องทำสิ่งที่เค้าต้องการให้คุณทำค่ะ แน่นอนค่ะ เพื่อนแบบนี้คงจะไม่มีใคร อยากมีแน่ๆ แต่ในเมื่อถ้ามันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องทนต่อไป

    8. เพื่อนตาย (Dead Friends) : ก็ไปงานศพเค้าสิค่ะ ไม่เห็นจายากเลย… แป่วววว

    สุดยอด วิธีหาแฟน!

    สำหรับใครที่ยังไม่มี ฟ. . แฟน หรือคนที่มีแล้วแต่ . . ไม่พอ(ใจแฟนตัวเอง) วันนี้เรามีเคล็ดลับ(ย้ำ!! อาจจะใช้ได้เฉพาะกรณี หรือบุคคลเท่านั้นนะจ๊ะ) มาบอกจ้า!

    - กรุณาไปกินข้าวคนเดียว อย่าสำออยไปไหนคนเดียวไม่เป็น

    - อย่าเอาเพื่อนไปหม่ำข้าวด้วย เพราะหนึ่งเกะกะ และสอง เดี๋ยวเพื่อนอาจเป็น "ตาอยู่" คว้าคนที่คุณสนใจไปกิน แล้วจะหาว่าไม่เตือน

    - อย่าเลือกไปร้านอาหารที่มีแต่ประเภทลดความอ้วนแล้วกัน เพราะผู้ชายเค้าไม่ชอบเข้าไปกินหรอก คิดดูแล้วกันว่า ในโลกนี้จะมีผู้ชายสักกี่คนที่สนอกสนใจลดเชฟของตัวเอง (หรือถ้ามีอาจจะเป็นพวกเกย์ หรือคนที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว) ควรเลือกร้านอย่างสเต็ก หรืออาหารอิตาเลียน สเปน ยุโรป ตุรกี ญี่ปุ่น อะไรสักแห่ง แบบนี้น่าจะได้เจอ "เขา" มากกว่า

    - จำไว้ว่า ผู้ชายจะชอบนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ มากกว่าบนโต๊ะอาหาร ฉะนั้น อย่าพยายามนั่งเป็นคุณนาย คอยให้เขามาหา แต่ต้องนั่งให้ถูกที่ถูกทางด้วย ถ้านั่งไม่ดี จะโทษปี่โทษกลองไม่ได้นะจ๊ะ!

    - ปั้นหน้าให้มีรอยยิ้มเข้าไว้ เอาหน้าแบบรับแขกนะจ๊ะ ไม่บูดบึ้ง

    - แม้จะไปรับประทานข้าวก็จริง แต่ไม่ใช่ให้ไปตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว คุณควรชายตาเหลียวมองผู้คน สิ่งแวดล้อมด้วย ไปกินข้าวเสียตังค์ทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม

    - แต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดี ไม่ใช่แต่งตัวไปจ่ายตลาดนะจ๊ะ (รู้ใช่ไหมว่าแต่งยังไงถึงจะไม่เรียกว่าไปตลาด)

    - อ้อ! อย่าลืม แวะเวียนที่ร้านขายหนังสือนะ เพราะผู้ชายร้อยละ 70 รู้ไว้เถอะ เป็นพวกหนอนหนังสือตัวยง

    ถ้าวิธีที่เล่ามาทั้งหมด ยังใช้ไม่ได้ผล อย่าเพิ่งท้อถอยเพราะยังมีที่อื่นอีกถมเถ ที่คุณจะมีโอกาสได้เจอคนดี เช่น แกล้งไปหาเพื่อนถึงที่ทำงานของเธอ แล้วสวรรค์อาจเบี่ยงให้จ๊ะเอ๋ กับหนุ่มในออฟฟิศนั้นก็ได้ จำไว้ว่า การพบใครที่ดีๆสักคน อาจเป็นสวนสาธารณะ ที่ๆใครชอบไปออกกำลังกายก็ได้

    เอ …ว่าแต่เพื่อนๆ ที่มีแฟนแล้วละค่ะมีวิธีการแนะนำคนอื่นๆ บ้างไหมเอ่ย? ว่าทำยังไงถึงจะมีแฟนน่ารักๆ กับเขาซักที!

    June 08

    ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ “อารมณ์เหงา”

    วันนั้นที่เธอเปิดโอกาสให้ฉันได้เดินเข้าไปในหัวใจของเธอ
    เป็นเพราะเธอกำลังเหงา ว้าเหว่ใจ
    เธอกำลังจะหาใครสักคนเพื่อแทนเขาคนนั้น

    เธอเจอฉันในวันที่เธอไม่เหลือใคร
    และบังเอิญฉันก็สามารถทำให้เธอหายเหงาได้ดีเสียด้วย
    . . แต่เธอคงไม่รู้ว่า ฉันรักเธอเข้าแล้ว
    ฉันไม่ได้เห็นเธอเป็นคนแก้เหงา แต่เธอคือคนที่ฉันให้ใจ

    และเมื่อมาถึงวันนี้ ที่ฉันรักเธอจนหมดใจ
    ฉันก็ได้รู้ว่าเขาคนนั้นของเธอได้กลับมาแล้ว
    ต่อไปนี้เธอคงจะหายเหงาแล้ว เธอจะไม่ว้าเหว่อีกต่อไป
    ฉันคือสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกแล้ว
    ฉันก็คงต้องถอยกลับไปอยู่ที่เดิม
    กลับไปอยู่ในที่ๆเธอเคยพาฉันก้าวออกมา

    ฉันหวังเพียงว่า หากเธอผิดหวังอีกครั้งเธอจะนึกถึงฉันเป็นคนแรก
    . . ฉันจะกลับมาปลอบใจเธออีกครั้ง . .

    เธอคงไม่รู้สินะว่า อารมณ์เหงา ของเธอ . .
    ทำให้คนคนนี้เปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ อย่าง
    ฉันกลายเป็นคนขี้แย อ่อนแอ กลัวความโดดเดี่ยว . .
    แต่จากวันนี้ไปฉันจะต้องเข้มแข็ง ฉันจะยืนดูเธออยู่ตรงนี้นะ
    และรอคอยให้เขาคนนั้นของเธอจากไป

    เพื่อที่ฉันจะได้ไปหาเธอเหมือนเดิม
    June 06

    สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด เรามักมองข้าม!

    สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด มักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด?
    สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราก็คิดอยู่ว่าเราก็ต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
    ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่าของมัน

    เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน
    คนๆ นั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
    เราก็มักจะเห็นแค่ว่า ใครคนหนึ่งกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ

    จนวันหนึ่ง ถ้าเราสูญเสียไป เราก็อาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
    เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม

    หรือบางทีเราก็อาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิต
    ที่ปราศจากความรำคาญ
    แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้บ้าง

    บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
    แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริง ๆ
    เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ
    เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

    คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม
    คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
    คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า
    คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า

    สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ
    แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง
    เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน
    เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้
    เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น

    เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา
    แล้วเราก็ตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที
    และถ้าเป็นเช่นนี้ . .
    เราก็ต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา

    เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ
    เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆ นั้น

    แต่ถ้าลองมองย้อนดู
    ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน
    ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป
    ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง

    อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆ ต้องมีรอยร้าว
    เพราะเมื่อวันหนึ่งถ้าต่างคนต่างไป
    เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดีดี
    และเราจะได้ไม่รู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านๆ มา
    May 31

    วิธีง่ายๆ ผ่อนคลายอารมณ์ไม่ดี

    1. มองโลกในแง่ดี
    เมื่อเรามีความคิดที่ทำให้ซึมเศร้า เช่น "ฉันทำวิชาเลขไม่ได้" ให้คิดใหม่ว่า "ถ้าฉันได้รับความช่วยเหลือที่ถูกต้องฉันก็จะทำได้" แล้วไปหาครู ครูพิเศษ หรือให้เพื่อนช่วยติวให้

    2. หาสมุดบันทึกสักเล่มไว้เขียนก่อนเข้านอนทุกวัน
    ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ห้ามเขียนเรื่องไม่ดี จงเขียนแต่เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในวันนั้น ตอนแรกอาจจะยากหน่อย แต่ให้เขียนเรื่องอย่างเช่น มีคนแปลกหน้ายิ้มให้ ถ้าได้ลองตั้งใจทำ มันจะเปลี่ยนความคิดให้เรามองหาแต่เรื่องดีๆ จากการศึกษาพบว่า คนที่คิดฆ่าตัวตายมีอาการดีขึ้นหลังจากเริ่มเขียนบันทึกเรื่องดีๆได้เพียงสองสัปดาห์

    3. ใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้เธอหัวเราะได้

    4. ใส่ใจกับความรู้สึกของตนเองในเวลาแต่ละช่วงวัน
    การตระหนักรู้ถึงอารมณ์ของตัวเองจะทำให้เราจับคู่งานที่เราต้องทำกับระดับพลังงานในตัวได้อย่างเหมาะสม เช่น ถ้าเรารู้สึกดีที่สุดตอนเช้าแสดงว่าตอนเช้าคือเวลาจัดการกับงานเครียดๆ เช่นไปเจอเพื่อนที่ทำร้ายจิตใจเรา หรือคุยกับครูที่เราคิดว่าให้เกรดเราผิด ถ้าปรกติเราหมดแรงตอนบ่าย ให้เก็บเวลาช่วงนั้นเอาไว้ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้พลังทางอารมณ์มาก เช่น อ่านหนังสือหรืออยู่กับเพื่อน อย่าทำอะไรเครียดๆเวลาเหนื่อยหรือเครียด

    5. สังเกตอารมณ์ตัวเองในเวลาช่วงต่างๆของเดือน
    ผู้หญิงบางคนพบว่า ช่วงเวลาที่ตัวเองอารมณ์ไม่ดีสัมพันธ์กับรอบเดือน

    6. ออกกำลังกาย
    การออกกำลังกายช่วยให้เราแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ การออกกำลังกายอย่างน้อยแค่วันละ 20 นาที สามารถทำให้รู้สึกสงบและมีความสุขได้ การออกกำลังจะช่วยเพิ่มการผลิตเอ็นดอร์ฟีนของร่างกายด้วย เอ็นดอร์ฟีนเป็นสารเคมีในร่างกาย ที่ทำให้เกิดความรู้สึกดีและมีความสุขตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด

    7. รู้จักไตร่ตรองแยกแยะ

    8. ฟังเพลง
    งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า จังหวะของเสียงเพลงช่วยจัดระเบียบความคิดและความรู้สึกมั่นคงภายในจิตใจ และช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ

    9. โทรหาเพื่อน
    การขอความช่วยเหลือทำให้คนเรารู้สึกผูกพันกับคนอื่นและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง และการโอบกอดช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดีออกมา ซึ่งจะช่วยให้เรารับมือกับอารมณ์ได้

    10. อยู่ท่ามกลางคนที่มีความสุข
    อารมณ์ดีเป็นโรคติดต่อที่แพร่ได้เร็วมา เราจะเลียนแบบสีหน้า การแสดงออก กล้ามเนื้อ ท่าทาง รูปแบบการพูด เพื่อให้เข้ากับคนที่เราอยู่ด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว

    ทำไมจะต้องวิ่งตามคนที่เรารัก?

    หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง
    ว่าทำไมเราถึงรักคนๆ นี้นัก
    แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง. . .รักเพราะรัก

    ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป
    แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้
    ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป

    แต่กับคนที่เรารักเขา แล้วเขาไม่รักเรา
    ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา
    ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน
    หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้
    เขาก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน

    และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน
    ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น

    ถ้าคุณมีความสุขกับมันก็ดีไป
    แต่สุข. . .แล้วเหนื่อยใจก็น่าคิดเหมือนกัน

    คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก
    ต้องหาทางออกที่ทำให้เราดีขึ้น
    กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน
    เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน
    คงต้องพักซะบ้าง

    ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง
    แล้วมาเดิน(แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน
    คุณอาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น
    อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า . .
    การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้นไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย
    May 27

    คำดีๆ

    รักในทุกสิ่งทุกอย่างที่คนรักของคุณเป็น-อยู่-คือ...     แล้วคุณจะรู้ว่า บางห้วงเวลา โลกนี้ก็ไม่ได้มีแค่คุณสองคน !!!.
    May 25

    กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อ . . .

    จะรู้ว่าโลกนี้ . . . มันกว้างใหญ่
    ก็ต่อเมื่อเราได้ . . . ออกเดินทาง

    จะรู้คุณค่าของอะไร . . . ในสักอย่าง
    ก็ต่อเมื่อเราได้ . . . เสียมันไป

    จะรู้ความหมาย . . . ของฟ้าหลังฝน
    ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้น . . . มันมาได้

    จะรู้ว่ายังมีเรื่อง . . . อีกมากมาย
    ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจ . . . ยอมรับมัน

    จะรู้ว่าในหนังสือ . . . มีอะไร
    ก็ต่อเมื่อเราได้ . . . ลองเปิดอ่าน

    จะรู้เวลา . . . ของดอกไม้บาน
    ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตาม . . . อยู่อย่างนั้น

    จะรู้ว่าเสียงหัวเราะ . . . มันมีค่า
    ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตา . . . ในสักวัน

    จะรู้ถึงความในใจ . . . ของกันและกัน
    ก็ต่อเมื่อเราได้พูด . . . มันออกไป

    จะรู้ว่าอะไร . . . ที่เรียกว่าคิดถึง
    ก็ต่อเมื่อในความคิดคำนึง . . . มีใครสักคน

    จะรู้ความหมายในคำรัก . . . สักหน
    ก็ต่อเมื่อมีใครบางคน . . . ทำให้หวั่นไหว

    จะรู้ว่าค่ำคืนนี้ . . . คงไม่เงียบเหงา
    ก็ต่อเมื่อทุกเรื่องเล่า . . . ได้มีโอกาสบอกไป

    จะรู้ว่าเป็น “เธอ” เท่านั้น . . . ที่ฉันมีให้
    ก็ต่อเมื่อทุกครั้ง…ที่เขียนอะไรลงไป
    จะมีแต่ภาพเธอในใจ...ที่เกิดขึ้นมา